รายละเอียดข่าวสาร

ตลาดรับสร้างบ้าน ลุ้นโต 1.4 หมื่นล้าน หวังไตรมาส 4 กำลังซื้อ-สินเชื่อ โตต่อเนื่อง

วันพุธที่ 11 ต.ค. พ.ศ. 2560

ตลาดรับสร้างบ้านในไตรมาส 3 ปี 2560 (ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน) ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา (ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน) ทำให้ปริมาณและมูลค่าตลาดขยายตัวทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งต่างจังหวัด โดยฝ่ายวิชาการ สมาคมไทยรับสร้างบ้าน มองว่าจากแนวโน้มดังกล่าว ‘อาจ’ ลุ้นให้ตลาดรับสร้างบ้านโตต่อเนื่องในไตรมาส 4 โดยคาดว่ามูลค่าตลาดรวมในปี 2560 จะอยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

สินเชื่อบ้านโต บ้าน 5-10 ล้าน มีสัดส่วนมากขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเติบโตของตลาดรับสร้างบ้านในช่วงไตรมาส 3 มาจาก 1. การขอกู้ยืมเงินหรือสินเชื่อปลูกสร้างบ้านของผู้บริโภค เริ่มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากที่ชะลอตัวมาระยะหนึ่ง 2. ความต้องการสร้างบ้านระดับราคา 5-10 ล้านบาท มีสัดส่วนขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา และ 3. ผู้บริโภคมีความต้องการเฉพาะตามไลฟ์สไตล์มากขึ้น อาทิ ความต้องการสร้างบ้านที่เหมาะกับผู้สูงวัย บ้านประหยัดพลังงาน บ้านพักผ่อนต่างจังหวัด ฯลฯ

ตลาดเดือด รายย่อยแข่งตัดราคา
ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจรับสร้างบ้าน พบว่า มีการแข่งขันราคากันดุเดือดพอสมควร โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดในกลุ่มราคาบ้าน 1-2 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นรายใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์ ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 8 พันล้านบาท พบว่ามีผู้ประกอบการทำการตลาดและแข่งขันกันอยู่เกือบ 100 ราย โดยเน้นเจาะตลาดใน 3 กลุ่มราคาหลัก ได้แก่ 1. ราคา 2-10 ล้านบาท 2 . ราคา 10-20 ล้านบาท และ 3. ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ พบว่า กลุ่มบ้านราคา 2-10 ล้านบาท มีจำนวนผู้ประกอบการร่วมแข่งขันชิงส่วนแบ่งตลาดในมากที่สุด ในขณะที่กลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท มีการแข่งขันต่ำที่สุด ตลาดกลุ่มนี้จึงตกอยู่กับผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป

สำหรับกลุ่มบ้านราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป แม้ว่าจะมีปริมาณและความต้องการปลูกสร้างบ้านต่อปีเพียงไม่กี่หน่วย แต่ปรากฏว่าผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่อยู่มานาน และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคจำนวนมากกว่า 10 ราย ต่างหันมารุกเจาะตลาดกันมากขึ้นในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคากับกลุ่มแรก นอกจากนี้ ยังพบว่า มีผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างรายใหญ่อย่าง SCG แตกไลน์มาสู่ธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีการก่อสร้างทันสมัย และกระโจนเข้าร่วมแข่งขันในกลุ่มบ้านระดับบนด้วย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำ อาทิ พีดีเฮ้าส์ ซีคอนโฮม แลนดี้โฮม รอแยลเฮ้าส์ มาสเตอร์แปลน ฯลฯ จะเน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและอยู่ในใจผู้บริโภค ตลอดจนสร้างความน่าเชื่อถือ โดยต่างพยายามจะชูความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง ด้วยการวางตำแหน่งทางการตลาดในเซ็กเม้นท์ที่ตัวเองมีความโดดเด่น เช่น ผู้นำสร้างบ้านระบบโครงสร้างสำเร็จรูป ผู้นำสร้างบ้านประหยัดพลังงาน ผู้นำรับสร้างบ้านต่างจังหวัด ผู้นำสร้างบ้านหรู ฯลฯ มากกว่ามุ่งแข่งขันราคาเพียงอย่างเดียว

ลุ้นไตรมาส 4 ตลาดโต 1.4 หมื่นล้าน
สมาคมไทยรับสร้างบ้านคาดการณ์ว่า ปริมาณบ้านเดี่ยวสร้างเองทั่วประเทศปี 2560 มีประมาณ 6 หมื่นกว่าหน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.2-1.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 2 หมื่นกว่าหน่วย คิดเป็นมูลค่า 4.5-5 หมื่นล้านบาท ราคาเฉลี่ย 2.2-2.5 ล้านบาท/หน่วย และต่างจังหวัด จำนวน 4 หมื่นกว่าหน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.5-8 หมื่นล้านบาท ราคาเฉลี่ย 1.8-2 ล้านบาท/หน่วย ในขณะที่ธุรกิจรับสร้างบ้านมีมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าตลาดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประมาณ 8 พันล้านบาท และต่างจังหวัด 6 พันล้านบาท

ทั้งนี้ การขยายตัวของตลาดรับสร้างบ้านตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ฟื้นตัวค่อนข้างช้า แม้ในช่วงไตรมาส 3 กำลังซื้อผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น และถือเป็นสัญญาณที่บวกดีต่อตลาดรับสร้างบ้านที่จะมีโอกาสและแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องในไตรมาส 4 แต่บรรยากาศและความรู้สึกของผู้บริโภคในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ อาจไม่เอื้อต่อการใช้จ่ายเงินจำนวนมาก ๆ เพื่อลงทุนเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัย ซึ่งคงต้องประเมินสถานการณ์กันอีกครั้งในช่วงเดือนสุดท้ายของปี

อย่างไรก็ตาม จากการที่ธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อปลูกสร้างบ้านยังคงระมัดระวังในการให้กู้ยืมหรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทำให้ผู้บริโภคที่ขอกู้ยืมส่วนใหญ่กู้ไม่ผ่าน หรือได้วงเงินกู้ยืมไม่เพียงพอกับค่าก่อสร้างบ้าน ส่งผลให้ผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านกลุ่มนี้ชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน

ขอขอบคุณแหล่วงข่าว DDProperty

Copyright © 2016 Condo-Compare All Rights Reserved